เทคนิคออมเงินฉบับมนุษย์เงินเดือน ไม่ลำบากยามฉุกเฉิน
เขียนเมื่อวันที่ 07/12/2021
ออมเงินอย่างถูกวิธี มีเงินก้อนไว้ใช้ยามจำเป็น
การเก็บหอมรอมริบเป็นการสำรองเงินสำหรับใช้จ่ายในยามฉุกเฉิน โดยปกติมนุษย์เงินเดือนรวมถึงผู้ที่มีรายได้มักจะมีช่องทางการเก็บเงิน เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในอนาคต และบ่อยครั้งเงินเก็บเหล่านี้ถูกนำมาใช้เมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิดกับคนในครอบครัว เช่น อุบัติเหตุ การเจ็บป่วยร้ายแรง ล้มละลาย หากรู้วิธีการออมเงินจะช่วยให้สามารถเก็บเงินได้รวดเร็วและนำมาใช้ได้เมื่อจำเป็น
ประโยชน์ของการออมเงิน
การออมเงินมีประโยชน์ในตัวเองเป็นอย่างมาก หากรู้จักออมให้เป็นจะยิ่งเพิ่มพูนเงินในบัญชีได้มากขึ้นไปอีก จนอาจนำไปต่อยอดสร้างรายได้ได้ในอนาคต ข้อดีของการรู้จักออมเงินมีดังนี้
- มีเงินสำรองยามฉุกเฉิน
ประโยชน์ที่สำคัญของการออมเงิน คือ การมีเงินก้อนสำรองยามฉุกเฉิน เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันจะสามารถนำเงินส่วนนี้มาใช้ได้
- ฝึกวินัยในการใช้จ่าย
ผู้ที่หัดออมเงินจะมีการแบ่งสรรปันส่วนเงินที่ใช้ออกเป็นส่วน ๆ และพยายามควบคุมการใช้จ่ายให้เป็นอย่างที่ต้องการ เป็นหนึ่งในวิธีฝึกวินัยในการใช้จ่าย
- เห็นคุณค่าของเงิน
การออมเงินจะช่วยให้เห็นคุณค่าของเงิน เพราะเงินที่ได้มาจะต้องแบ่งส่วนหนึ่งไปเก็บ การใช้จ่ายแต่ละครั้งงจึงต้องใช้อย่างรู้คุณค่า
- มีความอดทน ยับยั้งชั่งใจ
การใช้จ่ายแต่ละครั้งมักจะยึดตามความต้องการของตนเองเป็นหลัก แต่ผู้ที่เก็บเงินเป็นประจำจะยึดตามความจำเป็น มีความอดทนไม่ใช้จ่ายในสิ่งของฟุ่มเฟือยและอดทนต่อความต้องการซื้อของตนเอง
- รู้แหล่งซื้อสินค้าราคาถูก
สิ่งต่าง ๆ ที่ซื้อจะพิจารณาจากหลากหลายแหล่งเพื่อหาสินค้าชนิดเดียวกัน คุณภาพใกล้เคียงกัน แต่ราคาประหยัดกว่า ผู้ที่ออมเงินจึงรู้แหล่งซื้อสินค้าที่หลากหลายและรู้ว่าควรซื้อสินค้าแต่ละชนิดที่ใดเพื่อให้ได้ราคาที่เหมาะสมกว่า
การออมเงินเป็นหนทางสู่ความร่ำรวยในอนาคต หากมีการวางแผนการออมที่ดีและรู้ช่องทางการออมที่เหมาะสมจะช่วยให้มีเงินเพียงพอในการดูแลครอบครัวไปอีกนาน
วิธีออมเงินฉบับมนุษย์เงินเดือน
การเก็บออมช่วยเพิ่มพูนเงินเก็บให้มากขึ้น
มนุษย์เงินเดือน หมายถึง ผู้ที่มีรายได้เป็นประจำทุกเดือน มักจะเป็นพนักงานออฟฟิศ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และพนักงานประจำตามองค์กรต่าง ๆ ข้อดีของมนุษย์เงินเดือนคือการมีสวัสดิการจากบริษัท ทำให้ลดทอนค่าใช้จ่ายบางอย่างออกไปได้ เช่น ประกันสังคมที่ช่วยเรื่องค่ารักษาพยาบาลและการขาดรายได้ชั่วคราว การเก็บออมของมนุษย์เงินเดือนจึงมีโอกาสเป็นไปได้สูง สามารถเก็บออมได้ตามวิธีการดังต่อไปนี้
เก็บออมทุกเดือนตามวิธีที่เหมาะกับตนเอง
การเก็บออมจะต้องเริ่มจากการรู้จักเก็บให้เป็น ในแต่ละเดือนมนุษย์เงินเดือนจะต้องหักเงินจำนวนหนึ่งเก็บไว้เสมอ ส่วนวิธีการเก็บออมขึ้นอยู่กับความถนัด เช่น
- เก็บเฉพาะแบ่ง 50 – เก็บแบงค์ 50 เอาไว้โดยไม่ใช้จ่าย อาจดัดแปลงเป็นแบงค์อื่น ๆ หรือเหรียญได้ตามความพอใจของตนเอง
- เก็บตามจำนวนวันในแต่ละปี - เป็นการบังคับเก็บรายปี โดยวันที่ 1 จะเก็บ 1 บาท วันที่ 2 เก็บ 2 บาท ไปเรื่อย ๆ จนถึงวันสุดท้ายของปีจะเก็บ 365 หรือ 366 บาทตามแต่จำนวนวันในปีนั้น ๆ
- เก็บโดยการหักออกจากเงินเดือนเป็นเปอร์เซ็น – เป็นการเก็บแบบพื้นฐาน หากเลือกหัก 20% จากเงินเดือนจะเท่ากับเก็บเงินละ 3,000 บาทสำหรับคนที่เงินเดือน 15,000 บาท เป็นต้น
ลงทุนในช่องทางที่ความเสี่ยงน้อย
การลงทุนเป็นช่องทางที่ช่วยให้เงินงอกเงย เพราะการเก็บเงินทั่วไปจะมีเงินเก็บเพิ่มครั้งละน้อย ๆ แต่ถ้ามีการลงทุนเข้ามาเสริมจะทำให้เงินเก็บที่นำไปลงทุนมีการเพิ่มขึ้นของเงิน สามารถเลือกวิธีที่ความเสี่ยงน้อยและรับรองกำไรได้ เช่น
- เงินทุนสำรองเลี้ยงชีพ - เป็นการออมเงินในบัญชีกลางบริษัท โดยนายจ้างจะช่วยสมทบเงินส่วนหนึ่งเข้ามาด้วย
- พันธบัตรรัฐบาล - เป็นการซื้อพันธบัตรตามระยะเวลา เมื่อครบกำหนดจะได้เงินต้นคืน พร้อมดอกเบี้ยที่ได้จากการซื้อพันธบัตรด้วย
- ประกันออมทรัพย์ - เป็นประกันภัยที่ให้ออมทรัพย์พร้อมได้รับความคุ้มครองในตัว เมื่อครบกำหนดเวลาจะคืนเงินออมทรัพย์ให้ ข้อดีคือการออมในประกันออมทรัพย์ไม่ต้องเสียภาษี และได้กำไรเป็นความคุ้มครอง
เน้นจับจ่ายใช้สอยในช่วงโปรโมชัน
การซื้อสินค้าและบริการต่าง ๆ ในช่วงโปรโมชันจะคุ้มค่ามากกว่าและเป็นการลดการใช้เงินด้วย โปรโมชันที่น่าสนใจ เช่น
- Black Friday – เป็นการลดราคาหลังวัน Thanksgiving จัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 4 ของเดือนพฤศจิกายน และมีสินค้าลดราคาค่อนข้างมาก
- Mid Year Sale - การลดราคาช่วงกลางปี ซึ่งช่วงกลางปีโปรโมชันจะน้อยจึงต้องรอมิดเยียร์เซลล์ในการจับจ่ายใช้สอย
- โปรโมชันช้อปปิ้งออนไลน์ – เป็นโปรโมชันที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกเดือน ตามวันที่ที่ถือเป็นเลข Double เช่น โปรโมชัน 11.11 โปรโมชัน 12.12
ทำบันทึกรายรับรายจ่ายทุกเดือน
การทำบันทึกรายรับรายจ่ายเป็นการสำรวจการใช้เงินในแต่ละเดือน เพื่อให้ลดค่าใช้จ่ายบางอย่างที่เห็นว่ามากเกินไปลงได้ สิ่งที่ควรมีในบันทึกรายรับรายจ่าย เช่น
- ค่าใช้จ่ายบังคับ – เป็นสิ่งที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือน ไม่สามารถยืดหยุ่นได้ เช่น ค่าห้อง/ค่าบ้าน ค่าที่จอดรถ ค่าสมาชิกฟิตเนส
- ค่าใช้จ่ายทั่วไป - เป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็น แต่สามารถเพิ่มหรือลดได้ เช่น ค่าอาหาร ค่าของขวัญตามเทศกาล
- ค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย – เป็นค่าใช้จ่ายเพื่อความสุขในแต่ละเดือน ควรระวังไม่ใช้จ่ายมากจนเกินไป เช่น ค่าอาหารโอกาสพิเศษ ค่าเที่ยว
การเก็บออมมีความจำเป็นมาก คนที่มีรายได้ทุกคนควรสำรวจการใช้จ่ายของตนเองในแต่ละเดือนและวางแผนการใช้เงินให้ดี เพราะเหตุฉุกเฉินมักจะมาโดยไม่คาดคิด วิธีที่ง่ายที่สุดคือการบังคับให้ตนเองออม เช่น การทำประกันออมทรัพย์ที่ช่วยจัดการค่าใช้จ่ายและเก็บออมเงินให้เป็นระยะเวลาหลายปี เมื่อครบกำหนดจะมีเงินก้อนติดตัว หากไม่ได้ใช้ยามฉุกเฉินก็สามารถนำไปต่อยอดสร้างธุรกิจได้ ซึ่งประกันออมทรัพย์นี้สามารถปรึกษาฮักส์เพื่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมหลากหลายช่องทาง ทั้งทาง Facebook, LINE หรือ โทร 0 2975 5855